ปัญหาหลังคารั่วซึมเป็นสิ่งที่สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมามาอย่างยาวนาน หลายครั้งที่จุดเริ่มต้นของปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากกระเบื้องหลังคาหรือแผ่นเมทัลชีทที่แตกร้าว แต่เกิดจากรอยต่อของโครงสร้างที่ไม่มีการป้องกันที่ดีพอ เมื่อฝนตกหนักหรือมีลมพายุ น้ำจะหาช่องทางแทรกซึมเข้าไปตามรอยแยกต่างๆ และสร้างความเสียหายให้กับฝ้าเพดาน โครงสร้างเหล็ก ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคาร แต่มีวัสดุสำหรับป้องกันรอยต่อเหล่านี้ ที่เรียกว่า แฟลชชิ่ง
ในบทความนี้ SHD จะพาคุณไปทำความรู้จักกันว่า แฟลชชิ่ง คืออะไร? และมีกลไกการทำงานอย่างไร ทำไมช่วยยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างและยืดอายุการใช้งานของอาคารได้อย่างมหาศาล
แฟลชชิ่ง คืออะไร?
แฟลชชิ่ง คือ แผ่นวัสดุที่ถูกนำมาพับ ดัด หรือขึ้นรูปเพื่อใช้สำหรับปิดรอยต่อและรอยตะเข็บต่างๆ ของอาคาร โดยเฉพาะในบริเวณที่วัสดุสองชนิดมาบรรจบกัน หรือบริเวณที่มีการเปลี่ยนระนาบของโครงสร้าง เช่น รอยต่อระหว่างหลังคากับผนัง รอยต่อบริเวณสันหลังคา หรือบริเวณที่ท่อระบายอากาศทะลุผ่านหลังคาขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่รับน้ำและเบี่ยงทิศทางการไหลของน้ำฝนให้พ้นจากรอยต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในโครงสร้างภายในได้
ในอดีต วัสดุที่ใช้ทำแฟลชชิ่งมักจะเป็นตะกั่วหรือทองแดง เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถดัดเข้ารูปได้ง่าย แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีทางวิศวกรรมวัสดุที่ก้าวหน้าขึ้น แผ่นเหล็กเคลือบโลหะผสม หรือที่รู้จักกันในชื่อแผ่นเมทัลชีท ได้กลายมาเป็นวัสดุยอดนิยม โดยแผ่นเหล็กเหล่านี้จะถูกนำมารีดและเคลือบด้วยสารป้องกันสนิมอย่างอลูซิงค์ จากนั้นจึงนำเข้าเครื่องพับเพื่อขึ้นรูปตามองศาและขนาดที่ต้องการให้พอดีกับหน้างานแต่ละจุด
หลักการทำงานของแฟลชชิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีความซับซ้อน เพียงอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นหลัก โดยออกแบบให้แผ่นโลหะมีการซ้อนทับกันในทิศทางที่น้ำไหลลงมา น้ำฝนที่ตกลงมาบนหลังคาจะไหลผ่านแผ่นครอบเหล่านี้และถูกส่งต่อไปยังรางน้ำฝนหรือทิ้งลงสู่พื้นดินโดยไม่สัมผัสกับรอยต่อที่อยู่ด้านล่าง รวมถึงการคำนึงถึงแรงลมที่อาจพัดเอาน้ำฝนย้อนกลับขึ้นไปตามรอยต่อ ซึ่งเป็นกลไกที่เรียกว่าปรากฏการณ์คาปิลลารี
ทำไมแฟลชชิ่งเมทัลชีท สำคัญกับงานหลังคาและโครงสร้างอาคาร
สิ่งก่อสร้างทุกชนิดไม่สามารถหล่อขึ้นรูปมาเป็นชิ้นเดียวได้ อาคารหนึ่งหลังประกอบขึ้นจากวัสดุหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นคอนกรีต เหล็ก ไม้ หลังคา PIR หรือผนัง PIR วัสดุเหล่านี้มีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวจากความร้อนที่แตกต่างกัน เมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในตอนกลางวันและเย็นลงในเวลากลางคืน วัสดุแต่ละชิ้นจะเกิดการยืดและหดตัวไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการขยับตัวบริเวณรอยต่ออยู่ตลอดเวลา
หากช่างก่อสร้างเลือกที่จะปิดรอยต่อผนังฉนวนกันความร้อนและหลังคาฉนวนกันความร้อนเหล่านี้ด้วยการยาแนวด้วยซิลิโคนหรือปูนทรายเพียงอย่างเดียว เมื่อเวลาผ่านไปและการขยับตัวของโครงสร้างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซิลิโคนจะเริ่มเสื่อมสภาพ ฉีกขาด หรือปูนทรายจะเกิดการแตกร้าว เปิดโอกาสให้น้ำฝนซึมเข้าสู่อาคารได้ทันที นี่คือสาเหตุที่ทำให้แฟลชชิ่งเมทัลชีทมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อทุกงานหลังคาและโครงสร้างอาคาร
แฟลชชิ่งเมทัลชีท สำหรับครอบจบหลังคา
แฟลชชิ่งถูกออกแบบมาให้เป็นวัสดุที่ทำหน้าที่ครอบทับรอยต่อโดยไม่ได้ยึดติดตายกับวัสดุทั้งสองฝั่งอย่างแข็งเกร็ง เปิดโอกาสให้โครงสร้างหลักสามารถขยับตัว ยืด หรือหดได้ตามธรรมชาติ โดยที่แผ่นครอบโลหะด้านบนยังคงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันน้ำฝนได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ แฟลชชิ่งที่ผลิตจากเมทัลชีทยังมีความทนทานต่อรังสีอัลตราไวโอเลต ทนต่อการกัดกร่อน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานสอดคล้องกับอายุของแผ่นหลังคาหลัก ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมภายในอาคารให้แห้งสนิท ป้องกันปัญหาเชื้อรา การผุกร่อนของโครงสร้างเหล็ก และความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดาน
แฟลชชิ่ง ทำอะไรได้บ้าง
เพื่อให้ระบบหลังคาสามารถป้องกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ แฟลชชิ่งที่ใช้จึงต้องพับตามแบบและขึ้นรูปให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป แต่ละชิ้นมีชื่อเรียกและหน้าที่เฉพาะเจาะจงที่ผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านควรทำความรู้จักดังนี้
ครอบจั่ว
ครอบจั่ว คือ แฟลชชิ่งที่ครอบรอยต่อที่อยู่จุดสูงสุดของหลังคาทรงจั่ว เป็นบริเวณที่แผ่นหลังคาฉนวนกันความร้อนทั้งสองผืนมาบรรจบกัน ครอบจั่วมีหน้าที่ปิดช่องว่างบริเวณสันหลังคานี้ เพื่อไม่ให้น้ำฝนที่ตกลงมาตรงกลางสามารถแทรกซึมลงไปได้ การติดตั้งครอบจั่วจะต้องคำนึงถึงองศาของหลังคาเป็นหลัก เพื่อให้แผ่นครอบแนบสนิทไปกับลอนหลังคาทั้งสองด้าน
แฟลชชิ่งครอบข้าง
แฟลชชิ่งครอบข้าง เป็นแฟลชชิ่งที่ใช้ครอบบริเวณด้านข้างของหลังคาหรือที่เรียกว่าปั้นลม เป็นจุดที่แผ่นหลังคาสิ้นสุดลงและมีความเสี่ยงที่ลมพายุจะพัดตีน้ำฝนย้อนเข้าไปใต้แผ่นหลังคา หรือแม้กระทั่งพัดงัดแผ่นหลังคาให้หลุดปลิว ครอบข้างจะทำหน้าที่ปิดรอยต่อระหว่างแผ่นหลังคาแผ่นสุดท้ายกับโครงสร้างไม้ปั้นลมหรือเหล็กโครงสร้าง ช่วยป้องกันลมงัดและเพิ่มความเรียบร้อยสวยงามให้กับด้านข้างของตัวอาคาร
ปิดชายหลังคา
ปิดชายหลังคา จะใช้ปิดส่วนปลายสุดของหลังคาที่ยื่นออกจากตัวบ้าน เป็นจุดที่น้ำฝนทั้งหมดจะไหลมารวมกัน แฟลชชิ่งปิดชายหลังคาจะถูกนำมาติดตั้งบริเวณนี้เพื่อบังคับทิศทางน้ำให้ไหลลงสู่รางน้ำฝนอย่างแม่นยำ ป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนกลับเข้าไปทำลายฝ้าชายคา หรือไหลหยดย้อยจนทำให้ผนังบ้านเกิดคราบสกปรก
ครอบสันเมทัลชีท และ ครอบหลังคา
ครอบสันเมทัลชีท และ ครอบหลังคา เป็นแฟลชชิ่งสำหรับหลังคาที่มีรูปทรงซับซ้อน เช่น ทรงปั้นหยา จะมีจุดตัดที่เกิดเป็นแนวสันหลังคาเอียงลงมาสู่มุมอาคาร ครอบสันเมทัลชีทจะถูกออกแบบมาเพื่อปิดรอยต่อบริเวณตะเข็บเหล่านี้โดยเฉพาะ การพับขึ้นรูปจะต้องสอดคล้องกับความสูงของลอนหลังคาที่ใช้ เพื่อให้การยึดสกรูมีความแน่นหนาและไม่มีช่องว่างให้น้ำซึมผ่าน
ครอบมุมใน และ ครอบมุมนอก
แฟลชชิ่งสำหรับครอบมุมในและครอบมุมนอก ในงานตกแต่งผนังด้วยแผ่นเมทัลชีทคือสิ่งทีถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ปิดรอยต่อบริเวณมุมผนังหรือมุมหลังคา ช่วยเก็บความเรียบร้อยของงาน ตัดปัญหาขอบเหล็กบาดมือ และป้องกันน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างบริเวณมุมผนัง
แฟลชชิ่งผนัง สำหรับปิดรอยต่อผนัง
แฟลชชิ่งผนัง คือสิ่งที่ใช้ในการปิดจุดที่มักเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมมากที่สุด ซึ่งคือบริเวณที่ส่วนต่อเติมของหลังคาใหม่ไปชนกับผนังอาคารเดิม แฟลชชิ่งผนังจะถูกนำมาใช้เพื่อปิดช่องว่างระหว่างวัสดุสองชนิดนี้ โดยเทคนิคที่ถูกต้องมักจะต้องมีการกรีดผนังคอนกรีตเดิมให้เป็นร่องลึกเข้าไป จากนั้นจึงเสียบปีกด้านหนึ่งของแผ่นแฟลชชิ่งเข้าไปในร่องนั้น แล้วปิดทับด้วยซิลิโคนกันซึม ส่วนปีกอีกด้านจะทอดยาวลงมาคลุมแผ่นหลังคาด้านล่าง
ครอบชนผนัง
แฟลชชิ่งครอบชนผนัง มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับแฟลชชิ่งผนัง แต่จะเน้นใช้ในกรณีที่แนวหลังคาวิ่งไปชนกับผนังฉนวนกันความร้อนในแนวตั้งฉาก หรือบริเวณหัวกระเบื้องหลังคาที่ชนกับกำแพง แผ่นครอบชนผนังจะทำหน้าที่รับน้ำที่ไหลลงมาจากผนังอาคาร ให้ข้ามรอยต่อและไหลลงสู่แผ่นหลังคาโดยตรง
ครอบปิดล่าง
แฟลชชิ่งครอบปิดล่าง ในบางการออกแบบที่ต้องการปิดซ่อนโครงสร้างเพื่อความสวยงาม หรือบริเวณใต้ครอบข้างที่ต้องการการปิดทึบเพื่อป้องกันนกหรือแมลงเข้าไปทำรัง ครอบปิดล่างจะถูกนำมาติดตั้งเพื่อปิดบริเวณใต้ท้องรอยต่อเหล่านั้น ช่วยให้งานก่อสร้างดูสมบูรณ์และป้องกันปัญหาจากสัตว์รบกวน
ครอบสันตะเข้
ครอบสันตะเข้ คือแฟลชชิ่งใช้สำหรับหลังคาทรงปั้นหยาโดยเฉพาะ เป็นส่วนที่ปิดแนวรอยต่อที่เฉียงลงมาจากยอดหลังคาจนถึงมุมชายคา ครอบสันตะเข้จะต้องรับมือกับปริมาณน้ำที่ไหลบ่ามาจากหลังคาสองฝั่งที่มาบรรจบกัน จึงต้องมีความกว้างที่เพียงพอและมีการบากเข้ารูปกับลอนหลังคาอย่างแม่นยำ
การสั่งพับรูปแบบพิเศษ Custom ตามต้องการ
การสั่งผลิตแฟลชชิ่งตามแบบที่ต้องการ เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากงานสถาปัตยกรรมในปัจจุบันมีความหลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หลายครั้งที่อาคารมีองศาการลาดเอียงที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือมีจุดตัดของโครงสร้างที่แปลกใหม่ ผู้ผลิตแผ่นเมทัลชีทจึงมีบริการรับสั่งพับแฟลชชิ่งตามรูปแบบที่สถาปนิกหรือวิศวกรออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ตอบโจทย์การแก้ปัญหารอยต่อในจุดที่วัสดุสำเร็จรูปไม่สามารถใช้งานได้
วิธีเลือกซื้อ Flashing
วิธีเลือกซื้อแฟลชชิ่ง มีข้อควรระวังที่สำคัญคือการเลือกคุณภาพของแฟลชชิ่งและการเลือกใช้ที่เหมาะสมกับหน้างาน เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วซึม นี่คือสิ่งที่เป็นข้อควรระวังเบื้องต้นในการเลือกซื้อแฟลชชิ่ง
- ตรวจสอบความหนาของแผ่นโลหะ เป็นความหนาของแผ่นเหล็กก่อนเคลือบ (เรียกว่า BMT) ใช้บ่งชี้ถึงความแข็งแรงของแฟลชชิ่ง แผ่นครอบที่บางเกินไปจะเกิดการเสียรูปหรือบุบได้ง่ายระหว่างการติดตั้งและขนส่ง รวมถึงไม่สามารถทนต่อแรงลมกระโชกแรงได้ แนะนำให้เลือกใช้ความหนาขั้นต่ำที่ 0.35 มม. สำหรับงานมาตรฐาน
- ชั้นเคลือบป้องกันสนิม แฟลชชิ่งที่ทำจากเมทัลชีทจำเป็นต้องมีการเคลือบผิวด้วยโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมและสังกะสี (Aluzinc) ค่าที่ใช้บอกปริมาณการเคลือบผิวนี้มักจะระบุเป็น AZ ตามด้วยตัวเลข เช่น AZ70, AZ90 หรือ AZ150 ตัวเลขยิ่งสูงหมายถึงมีชั้นเคลือบที่หนาและทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่า
- ความเข้ากันได้ทรงหลังคาและรอยต่อ แฟลชชิ่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทดแทนกันได้ในทุกหน้างาน การเลือกซื้อแฟลชชิ่งจึงต้องพิจารณาตัวแปรเรื่องขนาดและองศา หากแฟลชชิ่งมีขนาดที่ไม่พอดีเมื่อเกิดฝนตกหนักและมีลมพัดย้อน จะทำให้น้ำจะสามารถซึมผ่านช่องว่างใต้แผ่นครอบเข้ามาได้
- อุปกรณ์เสริม วัสดุยึด และซิลิโคนยาแนว การทำงานของแฟลชชิ่งจะล้มเหลวทันทีหากใช้อุปกรณ์ติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน สกรูที่ใช้ยึดแผ่นครอบจะต้องเป็นสกรูที่ออกแบบมาสำหรับงานหลังคาโดยเฉพาะ ควรมีชั้นเคลือบกันสนิม (Class 3 หรือ Class 4) และมีแหวนที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันน้ำซึมผ่านรูเจาะ นอกจากนี้ การเลือกใช้ซิลิโคนยาแนวรอยต่อ (Sealant) ก็มีความสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ซิลิโคนกรดกับแผ่นเมทัลชีทเพราะจะทำให้เกิดการกัดกร่อนชั้นเคลือบ ควรเลือกใช้ซิลิโคนชนิดไร้กรด (Neutral Cure) หรือ โพลียูรีเทน (PU Sealant) ที่มีความยืดหยุ่นสูงและทนต่อรังสี UV ได้ดีกว่า
- ข้อควรระวังในการพับและขนส่ง การสั่งผลิตแฟลชชิ่งควรเลือกโรงงานหรือร้านค้าที่มีเครื่องจักรพับที่ได้มาตรฐาน รอยพับจะต้องคมชัด ไม่ทำให้ชั้นเคลือบสีหรือชั้นเคลือบอลูซิงค์บริเวณรอยพับเกิดการแตกร้าว หากชั้นเคลือบตรงมุมพับเสียหาย จุดนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสนิม นอกจากนี้ ระหว่างการขนส่งและการนำขึ้นไปติดตั้ง ช่างจะต้องระมัดระวังไม่ให้แผ่นโลหะเกิดการบิดงอผิดรูป เพราะเมื่อนำไปติดตั้งบนหลังคาแล้ว แผ่นที่บิดเบี้ยวจะไม่สามารถแนบสนิทกับระนาบหลังคาได้ ทำให้เกิดช่องโหว่และนำมาซึ่งปัญหารั่วซึมในที่สุด
ท้ายที่สุดแล้ว แฟลชชิ่งอาจดูเป็นแค่วัสดุส่วนเล็กๆ ในงานก่อสร้าง แต่มันคือปราการด่านสำคัญที่ช่วยปกป้องบ้านจากปัญหาน้ำรั่วซึมที่น่าปวดหัว การลงทุนเลือกใช้แฟลชชิ่งที่ได้มาตรฐานและติดตั้งอย่างถูกวิธี จึงช่วยตัดปัญหาจุกจิกและรักษาสภาพอาคารให้แข็งแรง สวยงาม โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องค่าซ่อมแซมบานปลายในอนาคต
สำหรับใครที่กำลังมองหาแฟลชชิ่งคุณภาพดี ขอแนะนำ แฟลชชิ่งคุณภาพสูงจาก SHD เรามีรูปแบบมาตรฐานให้เลือกใช้งานอย่างครบครัน พร้อมบริการรับสั่งพับและผลิตตามแบบหรือขนาดที่ลูกค้าต้องการโดยเฉพาะ เพื่อให้พอดีกับหน้างานและตอบโจทย์งานก่อสร้างของคุณให้สมบูรณ์แบบที่สุด













