ในการสร้างโรงงาน คลังสินค้า ห้องเย็น ไลน์ผลิต ทั้งแบบธรรมดาและ Medical Grade หรือแม้แต่บ้านประหยัดพลังงาน แผ่นฉนวนสำเร็จรูป (Sandwich Panel) ถือเป็นวัสดุยอดนิยมที่หลายคนเลือกใช้ โดยเฉพาะฉนวนกลุ่มโฟมเหลืองอย่าง PIR (Polyisocyanurate) และ PU (Polyurethane) ที่มองเผิน ๆ ด้วยตาเปล่าแทบจะแยกไม่ออก แต่ในแง่ของประสิทธิภาพและการใช้งานจริง ทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
บทความนี้ SHD จะมาเจาะลึกว่าผนังฉนวนกันความร้อน PIR และ PU แตกต่างกันอย่างไร และโครงการของคุณควรเลือกใช้แบบไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุดครับ
ทำความรู้จักฉนวน PU และ PIR
ก่อนจะไปดูข้อแตกต่าง เรามาทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของทั้งคู่กันสักเล็กน้อยครับ ทั้ง PU และ PIR เป็นฉนวนในตระกูลพลาสติกเหลว (Polymer) ที่เกิดจากการผสมกันของสารเคมีหลัก ๆ คือ Polyol และ Isocyanate เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาต่างกันคือ “สัดส่วนของสารเคมีและอุณหภูมิที่ใช้ในการผลิต”
- PU (Polyurethane) คือ ฉนวนยุคบุกเบิกที่ใช้งานกันมานาน มีโครงสร้างโมเลกุลแบบโซ่ตรง มีคุณสมบัติเด่นเรื่องการกันความร้อนและกันรั่วซึมได้ดีเยี่ยมในราคาที่เข้าถึงง่าย
- PIR (Polyisocyanurate) คือ ฉนวนที่มาจากการพัฒนาต่อยอดมาจาก PU โดยเพิ่มสัดส่วนของสาร Isocyanate และใช้ความร้อนสูงในกระบวนการผลิต ทำให้เกิดโครงสร้างโมเลกุลแบบวงแหวน (Isocyanurate Ring) ซึ่งมีความแข็งแรงและทนทานต่อความร้อนสูงกว่า PU อย่างมหาศาล
3 ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง PIR vs PU
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการนำไปใช้งาน เราสามารถแบ่งความต่างระหว่างวัสดุ PIR กับ PU ออกเป็น 3 ด้านหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. ค่าการทนไฟและการลุกไหม้
การทนไฟคือจุดต่างที่สำคัญที่สุดของฉนวน PIR และ PU
ฉนวน PU เป็นวัสดุที่ติดไฟง่าย และเมื่อเกิดเพลิงไหม้จะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปล่อยควันพิษหนาทึบออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอย่างมาก
ในขณะที่ PIR แท้ (ขอย้ำว่าต้องเป็น PIR แท้ที่มีค่า Index สูง) จะมีคุณสมบัติทนไฟชั้นเลิศ เมื่อโดนไฟซ้ำ ๆ จะไม่ลุกไหม้ลามต่อ แต่จะเกิดปฏิกิริยาเคมีกลายเป็น ชั้นชาร์ (Char Layer) หรือเลเยอร์คาร์บอนสีดำมาเคลือบผิวโฟมไว้ ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังช่วยบล็อกไม่ให้ไฟและออกซิเจนทะลุเข้าไปยังเนื้อโฟมด้านใน ช่วยชะลอการลุกลามของไฟได้อย่างดีเยี่ยม โดยส่วนใหญ่จะผ่านการรับรองมาตรฐานสากลระดับโลก เช่น FM Approved (FM 4880)
ตัวอย่าง ชั้นชาร์ หรือ Char Layer ที่เกิดขึ้นเมื่อวัสดุ PIR ถูกเผาไหม้
โดยแผ่น PIR เกรดแท้ที่มีคุณภาพสูง (เช่น มาตรฐาน PIR แท้-ไม่ลามไฟ) จะมีระยะเวลาในการทนไฟสูงสุดอยู่ที่ ประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง (60 – 120 นาที) ตามมาตรฐานการทดสอบผนังทนไฟ เช่น BS-476 Part 20/22 หรือ EN 1364-1
ซึ่งแผ่น PIR ความหนา 50 มม. (2 นิ้ว) มักจะทนไฟได้ประมาณ 30 – 60 นาที และความหนา 75 มม. (3 นิ้ว) ถึง 100 มม. (4 นิ้ว) สามารถทำเวลาทนไฟได้ถึง 1 ถึง 2 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระบบการล็อกแผ่นและโครงสร้างร่วมด้วย)
2. ประสิทธิภาพการกันความร้อน
ในขณะที่เรื่องการกันความร้อน ทั้งคู่ทำได้ดีมากเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น ๆ แต่ถ้าเทียบกันเอง PIR จะมีค่าการนำความร้อน (k-Value) ที่ต่ำกว่า และมีค่า R-Value (ความต้านทานความร้อน) ที่สูงกว่า PU เล็กน้อย หมายความว่าที่ความหนาเท่ากัน ผนังและหลังคา PIR Sandwich Panel จะบล็อกความร้อนจากภายนอกและรักษาความเย็นภายในได้ดีกว่า ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่าในระยะยาว
ผนังฉนวนกันความร้อน แบบ ผนัง PIR หนา 3 นิ้ว (75 มม.) SUMO มีค่าการนำความร้อนเพียง 0.022 W/m·K
3. ราคาและต้นทุนการติดตั้ง
เนื่องจากสารเคมีและกระบวนการผลิตของ PIR มีความซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงกว่า ส่งผลให้แผ่นฉนวน PIR มีราคาต่อตารางเมตรสูงกว่า PU อยู่พอสมควร (ประมาณ 15-30% ขึ้นอยู่กับความหนาและมาตรฐานโรงงาน)
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติฉนวน PIR vs PU
| คุณสมบัติ | ฉนวน PU (Polyurethane) | ฉนวน PIR (Polyisocyanurate) |
การกันความร้อน | ดีมาก | ดีเยี่ยม (เหนือกว่า PU เล็กน้อย) |
การลุกไหม้ของไฟ | ติดไฟและลามไฟ (เกิดควันพิษมาก) | ไม่ลามไฟ เกิด “ชั้นชาร์” ช่วยกันไฟ |
มาตรฐานอัคคีภัย | ส่วนใหญ่ไม่ผ่าน FM Approved | ผ่านมาตรฐาน FM Approved (ในรุ่นที่กำหนด) |
โครงสร้างโมเลกุล | แบบโซ่ตรง (Linear) | แบบวงแหวน (Isocyanurate Ring) |
ระดับราคา | ราคาถูกกว่า | สูงกว่า PU |
เลือกผนังฉนวนแบบไหนดี ให้เหมาะกับงานของคุณ?
หากคุณยังลังเลว่าจะเลือกใช้ ผนังฉนวนกันความร้อน แบบไหนดี SHD แนะนำให้พิจารณาจากลักษณะของโครงการและงบประมาณเป็นหลักครับ
เลือกใช้ฉนวน PU เมื่อ
- โครงการของคุณเป็นอาคารทั่วไปที่ไม่ได้มีความเสี่ยงเรื่องอัคคีภัยสูง เช่น บ้านพักอาศัย, ออฟฟิศชั่วคราว, ร้านค้าขนาดเล็ก หรือห้องเก็บของทั่วไปที่ไม่ใช่วัตถุไวไฟ
- มีงบประมาณจำกัด แต่ต้องการผนังที่กันความร้อนได้ดีเยี่ยมเพื่อลดค่าไฟ
- ไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจมาตรฐานโรงงานหรือมาตรฐานประกันภัยที่เข้มงวด
เลือกใช้ฉนวน PIR เมื่อ
- ต้องการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม, คลังสินค้า (Warehouse), หรือห้องเย็น (Cold Room) ที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูง
- โครงการที่ต้องการทำประกันอัคคีภัยเพราะการใช้ผนังฉนวน PIR ที่ผ่านการรับรอง FM Approved จะช่วยลดเบี้ยประกันภัยอัคคีภัยอาคารลงได้ในระยะยาวอย่างคุ้มค่า เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าในมุมมองของบริษัทประกันภัย
- อาคารที่เก็บสินค้ามูลค่าสูง หรือมีเครื่องจักรที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
- ต้องการเน้นความปลอดภัยในชีวิตของพนักงานและปกป้องโครงสร้างอาคารจากการยุบตัวหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
จะเห็นว่าการเลือกใช้วัสดุผนังฉนวนกันความร้อนระหว่าง PIR กับ PU คือเรื่องของ การลงทุนเพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพในระยะยาว ถ้าโจทย์ของคุณคือความคุ้มค่าในงบประหยัดและไม่ได้เน้นเรื่องมาตรฐานกันไฟอย่างเข้มงวด ฉนวน PU คือคำตอบที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าโครงการของคุณเป็นธุรกิจระยะยาว โรงงาน หรือคลังสินค้าที่ต้องการปกป้องทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลและการันตีความปลอดภัยสูงสุด การเลือกจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อใช้ผนังฉนวนกันความร้อน PIR (และ หลังคาฉนวนกันความร้อน PIR) แท้ที่มีชั้นชาร์กันไฟ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทที่สุดครับ
ถ้าหากคุณกำลังมองหาวัสดุผนังฉนวนกันความร้อนและหลังคาฉนวนกันความร้อน สำหรับโครงการก่อสร้าง โรงงาน ห้องเย็น ห้องไลน์ผลิต หรือห้องควบคุมอุณหภูมิของธุรกิจของคุณ Siam Home Decoration มีจำหน่ายฉนวนผนังกันความร้อนและหลังคากันความร้อน PIR Sandwich Panel คุณภาพสูงจาก SUMO ทั้งแบบความหนามาตรฐาน 3 นิ้ว (50 มม.) และ 3 นิ้ว (75 มม.) ตลอดจนการสั่งผลิตตามขนาดความหนาและสเปคแผ่นเหล็กตามข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละโครงการได้
ติดต่อสอบถาม บริษัท สยาม โฮมเดคคอเรชั่น จำกัด ได้ที่ Line ID: @zzu2251j
โทร: 02-016-6666 | มือถือ: 061-593-9166 | อีเมล: info@shd.co.th














